Ballet
Direkt zum Seiteninhalt

Sports career / นักกีฬาอาชีพ

Athlets / นักกีฬา > Men / ผู้ชาย > Willi Kothny / โค๊ธนี วิลลี่

Die ersten Fechtschritte:

Mit 11 Jahren gewinnt Diplomsportlehrer Eberhard Mehl den Gymnasiasten für den Fechtsport. Er hat in dem jungen Thailänder einen aufmerksamen Schüler, der durch Schnelligkeit und Kampfgeist auffällt. Diese Fähigkeit fördert der Trainer systematisch. Der Erfolg bleibt nicht aus: Willi entwickelt von Anfang an einen sehr individuellen Kampfstil und holt von Beginn seiner Karriere an auf Landes - und Bundesebene Titel auf Titel und ist fast immer Jahrgangsbester.  
Noch als B-Jugendlicher  erkämpft er sich erste Ranglistenpunkte in der A-Jugend und zieht in den deutschen D-Kader ein. 1995 steigt er in den C/D-Kader auf und nimmt 1996 erstmals an einer Weltmeisterschaft teil. Trotz Krankheit und ohne den erkrankten Trainer erreicht er den 5. Platz.
Mit Willi entwickelt auch Trainer Eberhard Mehl ein neues Trainingskonzept. Er un-terrichtet nicht mehr nach dem klassischen Fechtstil, sondern fördert ganz gezielt die individuellen Fähigkeiten seines Schülers. Bei Willi ist es die Schnelligkeit: Mehl gibt ihm schließlich den Spitznamen "Mungo".
In Meyers Großem Taschen Lexikon heißt es dazu: Mungo.... Schleichkatzenart; Färbung überwiegend bräunlich; flinker Räuber, tötet auch Giftschlangen und kann relativ hohe Giftdosen überleben. Und nur allzu oft beweist "Mungo" Willi Kothny, dass er auch aussichtslos zurückliegend noch ein Gefecht gewinnen kann.


การเริ่มก้าวเข้าสู่กีฬาฟันดาบ

นายเอเบอร์ฮาร์ด เมห์ล ผู้ฝึกนักกีฬาแช้มเปี้ยนได้ชนะใจเด็กมัธยมอายุ 11 ปีโดยดึงตัวเขาเข้ามาในกีฬาฟันดาบ เขาได้เห็นชายหนุ่มคนนี้เป็นนักเรียนที่ตั้งใจ ซึ่งเขาโดดเด่นตรงที่มีความรวดเร็วและมีวิญญาณของนักสู้ ความสามารถนี้ได้ถูกผู้ฝึกสนับสนุนตามแนวทางที่ถูกต้อง

ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล : ตั้งแต่เริ่มต้นวิลลี่ได้มีการคิดค้นการฝึกฝนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และตั้งแต่การเริ่มต้นในอาชีพของเขา เขาได้รับชัยชนะทั้งในระดับอำเภอและประเทศ และเป็นหนึ่งเสมอในทุกๆปี

ตั้งแต่รุ่นยุวชนบี เขาได้ไปต่อสู้ชนะคะแนนแรกๆในรายการจัดอันดับของรุ่นยุวชนเอและเข้าไปอยู่หน่วยดีของเยอรมัน ในปี 2538 เขาได้ขึ้นมาอยู่ในหน่วยซี/ดีและในปี 2539 เขาก็ได้เข้าชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรก

ทั้งที่เขายังป่วยอยู่ เขาก็ยังสามารถคว้าอันดับที่ 5 ได้ ผู้ฝึกเอเบอร์ฮาร์ด เมห์ล กับวิลลี่ได้พัฒนาแบบแผนการฝึกใหม่ เขาไม่สอนการวิธีการฟันดาบแบบเก่า แต่ได้มีการสอนในแบบเฉพาะตัวของนักเรียนของเขา

ความคล่องแคล่วว่องไวของวิลลี่ : ผู้ฝึกเมห์ลได้ให้สมญานามของวิลลี่ว่า ”มังโก้” ในสารานุกรมใหญ่ของเมเยอร์สได้เขียนไว้ว่า ”มังโก้ เป็นแมวชนิดหนึ่งที่ชอบย่องเบา ; สีส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาล; เป็นหัวขโมยที่รวดเร็ว ฆ่างูพิษได้ด้วยและสามารถมีชีวิตรอดได้แม้จะถูกพิษเข้าไปมากก็ตาม” และ ”มังโก้” วิลลี่ โคธนี่ได้พิสูจน์ให้เห็นบ่อยครั้งว่า เขาสามารถชนะการต่อสู้ได้แม้ว่าเขาจะอยู่ในลำดับท้ายๆที่ดูแล้วว่าไม่มีโอกาสชนะได้
ปียุวชน-และรุ่นเล็ก

วิลลี่ได้เริ่มต้นฤดูกาลการแข่งขันปี 2539/2540 ในหน่วยซี แต่เมื่อกลางฤดูกาลการแข่งขัน เขาเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพขึ้นมา คือ กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ ทำให้เกิดความเจ็บปวดและเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันของเขา การปรับตัวเข้ากับสิ่งที่ช่วยในการมองเห็นไม่สามารถทำได้อย่างทันที แต่อย่างไรก็ตามในปี 2540 วิลลี่ได้ชนะอันดับที่ 3 ในรายการจัดอันดับรุ่นเล็กของเยอรมัน ซึ่งทำให้มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปแข่งขันเวิร์ลคัพได้ นอกจากนี้โคธนี่ได้ถูกเรียกไปอยู่กับทีมชาติบีของนักฟันดาบและได้ไปต่อสู้ครั้งแรกที่โพ๊ตสดัมในการแข่งขันของ 7 ชาติสำหรับประเทศเยอรมนี

เขาได้รับรางวัลใบกระวานทองสัมฤทธิ์ของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจากรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยวอลเตอร์ ซูเบอร์ จากเมืองไรห์ลันด์-แพ๊ลซ์ แต่ครั้งแรกที่วิลลี่ไม่ประสบความสำเร็จในรุ่นเล็กที่เวิร์ลคัพที่เมืองเท็นแนริฟ ซึ่งเขาได้แค่อันดับที่ 21 ในการแข่งขันต่อมาที่เคอร์แมคซี่ วิลลี่ยอมปราชัยและจะต้องยอมให้นายเบาเอ้อร์ซึ่งอยู่ทีมสังกัดเดียวกันขึ้นแซงหน้าไป ที่ผู้แข่งขันเดี่ยว โคธนี่ได้พ่ายแพ้ต่อเบาเอ้อร์ในรอบสุดท้าย

แต่แทนที่จะลาออก หนุ่มอายุ 18 ปี ได้ทำในทางตรงกันข้ามและตอนสิ้นปี 2540 เขาได้เป็นแช้มเปี้ยนในรุ่นเล็กของประเทศเยอรมนี และได้เข้าไปในรอบสุดท้าย 3 ครั้งในรุ่นเล็กที่เวิร์ลคัพ เขาได้ถูกเรียกเข้าไปในทีมชาติบี เพื่อเข้าแข่งขันในการแข่งขันของ 7 ชาติซึ่งได้รับชัยชนะเป็นอันดับที่ 2 ในรายการจัดอันดับรุ่นเล็กของเยอรมัน สำหรับรุ่นเล็กเวิร์ลคัพที่เมืองเวเนซูเอล่า

โคธนี่ได้รับเข็มเงินแช้มเปี้ยนของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด เมื่อปี 2541 วิลลี่จะต้องไปต่อสู้ 2 ครั้งเพื่อไต่ขึ้นจากอันดับรั้งท้าย เป็นนักสู้รอบสุดท้ายในเวิร์ลคัพที่วาเล็นเซีย/เวเนซูเอล่า และได้ขึ้นมาเป็นแช้มเปี้ยนรุ่นเล็กของโลกในทีมเยอรมัน เพราะหน้าที่ทางการศึกษา เขาจะต้องระงับการไปแข่งขันเวิร์ลคัพ 1 ครั้ง และถูกให้ออกจากหน่วยบีของชาติ แต่ในการแข่งขันแรกของคิวยูของฤดูกาลใหม่ 2541/2542 เขาได้ชนะที่มุ้นชเน่อร์ ชแวร์ต อันดับที่ 1 และ 2 ของประเทศเยอรมนี และขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของรายการจัดอันดับของเยอรมัน ด้วยการชนะตำแหน่งแช้มเปี้ยนเยอรมันของรุ่นเล็กครั้งที่ 5 เขาก็ได้ขึ้นมาเป็นที่หนึ่งในรุ่นอายุของเขา

พังพอนว่องไวของโค๊บเล้นซ์ได้ทำชื่อในระดับนานาชาติครั้งแรกที่เวิร์ลคัพที่เมืองบูดาเปสต์ เขาชนะแช้มเปี้ยนระดับโลก 4 สมัย ชื่อ กิริเองโก้ (รัสเซีย) ชนะนักฟันดาบระดับโลกชื่อ ซนายเดอร์ (โปแลนด์) และชนะผู้ชนะเลิศการแข่งขันโอลิมปิคชื่อ พ็อดซ์นิอาค๊อฟ (รัสเซีย) ติดต่อกัน การเป็นอันดับที่ 2 ของเยอรมนี โคธนี่ได้เปลี่ยนจากผู้ล่าตัวเก็งเป็นผู้ถูกล่าที่การแข่งขันอัคทิเฟ่น-ดีเอ็ม 2542 ที่เมืองไอซ์ลิงเง่นทันที บทบาทใหม่ที่เขาจะต้องรับได้ การบาดเจ็บของหลังได้ทำให้ชาวโค๊บเล้นซ์ได้ตกอันดับไปกลางฤดู 2541/2542

Jugend-
und Juniorenjahre:


Die Saison 96/97 beginnt Willi Kothny im C-Kader. Mitten in der Saison aber hat er plötzlich mit gesundheitlichen Problemen zu kämpfen; Eine Wirbelverletzung verur-sacht Schmerzen und behindert seine Aktionen. Auch die Umstellung auf eine Sehhilfe gelingt nicht auf Anhieb. Dennoch schafft Willi 1997 den 3. Platz in der Deutschen Juniorenrangliste, der zur WM-Teilnahme berechtigt. Zudem wird Kothny in B-Nationalmannschaft der Säbelfechter berufen und kämpft erstmals in Potsdam im 7-Nationen-Turnier für Deutschland. Vom rheinland-pfälzischen Innenminister Walter Zuber wird er mit der bronzenen Meisterschaftsnadel des Landessportbundes ausgezeichnet. Bei Junioren-Weltmeisterschaft in Teneriffa aber erlebt Willi erstmals einen Einbruch, belegt nur Platz 21. Auch beim anschließenden Körmöczi-Turnier lässt Willi Federn und muss seinen Vereinskameraden Bauer an sich vorbeiziehen lassen. Bei der Europameisterschaft verliert Kothny gegen Bauer im Finale. Doch anstatt zu resignieren, kontert der 18 Jährige, wird Ende 1997 Deutscher Juniorenmeister, kommt bei Juniorenweltcups drei mal ins Finale, wird beim 7 Nationenturnier in die B-Nationalmannschaft berufen und qualifiziert sich als Nr. 2 der Deutschen Ju-niorenrangliste für die Juniorenweltmeisterschaft in Venezuela. Kothny wird mit der Silbernen Meisterschaftsnadel des Landesportbundes ausgezeichnet.

1998 muss Willi als Schlusskämpfer bei der Weltmeisterschaft in Valencia / Venezuela zweimal einen Rückstand aufholen und wird mit der Deutschen Mannschaft Junioren-Weltmeister. Aufgrund schulischer Verpflichtungen lässt er ein Weltcupturnier auslassen und fliegt flog aus dem B-Nationalkader. Aber schon im ersten Qu-Turnier der neuen Saison 1998/99 besiegt er beim Münchner Schwert Deutschlands Nr. 1 und Nr. 2 und schiebt sich auf Platz 6 der deutschen Rangliste. Mit Gewinn seines 5. Deutschen Meistertitels der Junioren ist er auch wieder Nr. 1 seiner Alterklasse.

International macht der wieselflinke Koblenzer erstmals beim Weltcup in Budapest von sich reden. Er schlägt hintereinander den 4-fachen Weltmeister Kirienko (RUS) , den weltbesten Konterfechter Sznayder (POL) und Olympiasieger Pozdniakov (RUS). Als Deutschlands Nr. 2 wird Kothny bei der Aktiven-DM ´99 in Eislingen plötzlich vom Favoritenjäger zum Gejagten. Eine Rolle mit der er erst fertig werden muss. Eine Rückenverletzung wirft den Koblenzer Mitten in der Saison 98/99 zurück.


การฝ่าฟันขึ้นสู่อันดับโลก

ในเมืองเคสซเทลี่ของฮังการี่ โคธนี่ได้ชนะตำแหน่งแช้มเปี้ยนเดี่ยวของโลกและได้ตำแหน่งรองแช้มเปี้ยนของโลกร่วมกับทีมเยอรมัน และยังได้ชนะการแข่งขันเคอร์เมิซซี่ที่เมืองโค๊บเล้นซ์ โคธนี่ได้ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ของรายการจัดอันดับเยอรมัน แต่ที่ได้ขึ้นมาเพราะต้องการจะได้อันดับที่ 14 ที่การแข่งขันเวิร์ลคัพรอบสุดท้ายในฤดู เพื่อจะเป็นที่หนึ่งของประเทศเยอรมนี
ด้วยนั้นชาวโค๊บเล้นซ์ได้ทำให้ตนเองมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับปีสุดท้ายของรุ่นเล็กสำหรับผู้แข่งขันเดี่ยวที่เมืองโบเซ่นและเวิร์ลคัพที่กรุงโซล เขาได้ชนะแช้มเปี้ยนโลก ลุยกี้ ทารันติโน่ ในการแข่งขันเดี่ยวที่เมืองโบเซ่น และได้เป็นแช้มเปี้ยนของยุโรป

ในฤดูใบไม้ร่วง 2542 เขาได้ชนะแช้มเปี้ยนของเอเชีย กูโอ้ ร็อง ของจีนในงานแข่งขันในการแข่งขันแช้มเปี้ยนระดับโลก 2542 ที่กรุงโซล หนุ่มชาวโค๊บเล้นซ์ได้ขึ้นอันดับที่ 15 และเป็นชาวเยอรมันที่เก่งที่สุด วิลลี่ได้มีส่วนมากในการแข่งขันของทีมซึ่งทำให้ทีมฟันดาบเยอรมันได้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิค 2543 และที่จะไปชนะผู้ต่อสู้ป้องกันตำแหน่งชาวฮังการี่ สิ้นปี 2542 โคธนี่ได้ถูกรับเข้ามาโครงการสนับสนุนผู้เก่งกาจของสมาคมสงเคราะห์กีฬาแห่งประเทศเยอรมนี

โคธนี่ได้รับทุนในการคัดเลือกนักกีฬารุ่นเล็กของปี ในปี 2543 โคธนี่ได้ชนะเป็นแช้มเปี้ยนเยอรมันครั้งที่ 6 และได้ทำให้ตนเองมีคุณสมบัติเหมาะสมตอนสิ้นฤดูสำหรับการแข่งขันโอลิมปิคที่เมืองซิดนี่ย์

ที่นั่นเขาได้รับชัยชนะอย่างไม่คาดคิดในการแข่งขันกับ แอโร่ เลห์มันน์ , เซอร์เกจ ชาริคอฟ, อเล็กไซ ฟร้อสซิเน่ และ โดโมนโคส เฟอร์ยังซิก ได้รับเหรียญทองสัมฤทธิ์ และในการได้รับชัยชนะเหรียญทองสัมฤทธิ์ของทีม ของนักฟันดาบเยอรมัน วิลลี่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับเหรียญนี้มา แต่การกระทำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ชาวไทยคนนี้ทำคือการยกเหรียญทองสัมฤทธิ์ของเขาให้กับตัวแทน แอโร่ เลห์มันน์ (ตัวแทนไม่ได้ถูกพิจารณาตอนที่มอบเหรียญ) เพราะเหตุนี้วิลลี่ถึงได้รางวัลแฟร์-เพลย์ ”วิคตอเรีย” จากเออาร์ดี

Durchbruch in die Weltspitze

Im Ungarischen Keszthely krönt Kothny seine Junioren-Karriere mit dem Gewinn des Junioren-Weltmeistertitels im Einzel und Vizeweltmeisters mit der Deutschen Mannschaft und setzt mit dem 1. Platz beim Körmöczi-Turniers noch eins oben drauf: Kothny wird Nr. 3 der deutschen Rangliste aber nur, um beim letzten Weltcup-Turnier der Saison durch einen 14. Platz Deutschlands Nr. 1 zu werden. Damit hat sich der Koblenzer im letzten Juniorenjahr für die EM in Bozen und die WM in Seoul qualifiziert. Bei der EM in Bozen setzte er seinen sportlichen Aufstieg fort, siegte über Weltmeister Luigi Tarantino und wird Europameister. Im Herbst 1999 schlägt er anlässlich einer Fechtgala den Asienmeister Guo Rong aus China. Bei der Weltmeisterschaft wird er 15. und hat beim Sieg mit der Mannschaft gegen Titelverteidiger Ungarn maßgeblichen Anteil an der Olympiaqualifikation des Säbelteams. Kothny erhält bei der Junioren-Sportlerwahl des Jahres ein Stipendium. 2000 wird Kothny zum 6. mal Deutscher Meister und qualifiziert sich am Ende der Saison für Olympia in Sydney.

Dort holt er sich überraschend mit Siegen über Eero Lehmann, Serguej Charikov, Alexei Frossine und Domonkos Ferjancsik die Bronzemedaille. Auch an der Mann-schaftsbronze der deutschen Säbelfechter hat Willi maßgeblichen Anteil. Die   größte Tat aber begeht der gebürtigen Thai, als er Ersatzmann Eero Lehmann seine   Bronzemedaille schenkt (Ersatzleute waren bei der Medaillenvergabe nicht berück-sichtigt worden). Dafür erhielt er später die Victoria der ARD für Fair-Play.

วีระเดช ”ผู้มีความตั้งใจสูง”

เพราะมีเหตุขัดข้องหลายประการก่อนการแข่งขันโอลิมปิค (ดู ”เวทีอภิปราย-โรงงานผลิตเบียร์”) วิลลี โคธนี่ได้แจ้งว่าจะไม่เริ่มแข่งขันให้กับสมาคมนักฟันดาบซีทีจี-เคอนิกส์บาเฮ่อร์อีกต่อไปแล้วหากเงื่อนไขด้านกีฬาเอฟจี-ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าไม่มีใครในคณะกรรมการต้องการจะคุยกับนักกีฬาดีเด่นคนนี้ วิลลี่เลยได้จัดตั้งร่วมกับเพื่อนๆวันที่ 4 มกราคม 2544 ”สมาคมกีฬาฟันดาบและแข่งขันคลับโค๊บเล้นซ์” ผู้ฝึกของเขาที่ได้ให้การฝึกฝนเขามาหลายปี ได้แนะนำให้เขาออกจากเอฟจีและหลังจากนั้นได้ตีตัวออกห่าง และได้ขู่จะให้ ”นักเรียนคนโปรด” ออกไปหากมีการเปลี่ยนสมาคม เพราะเหตุนี้ทำให้คู่ที่ประสบความสำเร็จร่วมกันมาหลายปีต้องแตกคอกัน วิลลี่ได้เข้าแข่งขันในฤดูกาลใหม่โดยไม่มีผู้ฝึกและได้เป็นนักฟันดาบเยอรมันที่เก่งที่สุดทันทีและได้อันดับที่ 3 ในรายการจัดอันดับระดับโลก ณ ตรงนี้ ขอให้จำไว้ว่า : ชื่อ วีระเดช แปลเป็นภาษาเยอรมันแล้วแปลว่า ”ผู้มีความตั้งใจสูง”

Wiradech der "Willenstarke"

Wegen diverser Querelen vor Olympia (siehe "Brauerei-Tribunal") erklärt Willi Kothny, nicht merh für die Fechtgemeinschaft CTG-Königsbacher starten zu wollen, falls sich an der FG-Sportpolitik nichts ändere. Da keines der Vorstandsmitglieder das Gespräch mit ihrem Vorzeigeathleten sucht, gründet Willi zusammen mit Freunden am 4. Januar 2001 den "Fecht- und Kampfsport Club Koblenz e. V." Sein langjähriger Trainer, der die Loslösung von der FG ursprünglich initiiert hatte, dann aber abgesprungen war, droht seinem "Lieblingsschüler", ihn vor die Tür zu setzen, falls er den Verein wechsle. Damit ist der Bruch zwischen dem langjährigen Erfolgspaar besiegelt. Willi geht ohne Trainer in die neue Saison, wird auf Anhieb bester deutscher Säbelfechter und belegt Platz 3 in der Weltrangliste. An dieser Stelle sei erinnert. Der Name Wiradech heißt ins Deutsche übersetzt: "Der Willensstarke".

Wiradech der Thailänder

Trotz aller Erfolge zieht sich ein Hauptsponsor von Kothny´s neuem Club zurück. Der bereits im ersten Jahr sehr erfolgreiche F.K.C muß seine Fechtabteilung wegen mangelnder Finanzen dicht machen. Mit seinem Studium in Bangkok verlegt Kothny ab dem 3. Januar auch sein Training nach Bangkok. Sein Bruder folgt ihm und übernimmt  das Training der thailändischen Säbel-Nationalmannschaft, wird dort aber nicht lange geduldet, weil er sein Training nicht auf Thailändisches Niveau umstellt.
Wegen mangelnder Trainingspartner führt die Leistungskurve von Willi stark nach unten. Auch die Querelen des Thailändischen Fechtverbandes AFAT setzen ihm zu. Er fällt aus den Top 32 heraus, auch deshalb, weil die AFAT vertragswidrig die Bezahlung zu den Weltcups in New York und Havanna verweigerte.
    
Kothny und Phongyoo beschliessen, sich total auf eigene Beine zu stellen und gründen einen eigenen Fechtverein, das SFT - Siam Fencing Team. Ihr Training halten sie in einer eigenen Fechtschule ab, den Nunthanit Fencing Center. Mit dem 3. Platz beim Weltcup In Thailand beginnt Willis Leistungskurve wieder zu steigen. Im Herbst 2003 wird er Asienmeister, 2004 qualifiziert er sich für Olympia und wird 13. Mit dem Tsunami unterbricht Kothny seine Fechtkarriere und fällt in der Weltrangliste auf Platz 180 zurück, holt jedoch bei den SEA - Games 2006 Gold und Silber für Thailand.

2007 Bei den Asienmeisterschaften in Doha steht er im Einzel und mit der Mannschaft auf dem Bronzetreppchen. Zwei Tage später wird er wegen einer Sportverletzung operiert und stellt sich nach der Reha der Olympiaqualifikation. Ende 2007 tritt wieder dem Deutschen Fechterbund bei und reiht sich als 16. in die Deutsche Rangliste ein. International aber startet er weiter für Thailand und gewinnt bei den SEA-Games zwei Goldmedaillen. 2008 qualifiziert er sich für Olympischen Spiele in Beijing und belegt Platz 25. Damit beendet Kothny seine Fechtkarriere.

Als ihn der neue AFAT-Vorstand 2010 bittet, weiterhin als Fechter zu Verfügung stehen, willigt Kothny ein und beginnt sein 2. Comeback. Sinn der Maßnahme ist es, um den Vorzeigeathleten eine starke thailändische Säbelmannschaft aufzubauen.































Übersetzung 2
Bitte letzte beide Absätze in Thai ergänzen

วีระเดช ชาวไทย

ถึงแม้จะประสบความสำเร็จ สปอนเซอร์ใหญ่รายหนึ่งของสมาคมใหม่ของโคธนี่ได้ระงับการให้สปอนเซอร์ เพราะฉะนั้นเอฟเคซีที่ได้ประสบความสำเร็จมากแล้วในปีแรก จะต้องปิดแผนกฟันดาบไปเพราะมีเงินทุนไม่เพียงพอ ด้วยการศึกษาของเขาที่กรุงเทพ โคธนี่เลยได้ย้ายการฝึกของเขาตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2545 มาที่กรุงเทพเช่นกัน พี่ชายของเขาสมคิด พงษ์อยู่ ได้ติดตามเขาและรับหน้าที่ฝึกกีฬาให้กับทีมนักฟันดาบของชาติไทย

แต่เขาก็ทนอยู่ได้ไม่นาน เพราะว่าเขาไม่ปรับตัวให้เข้ากับการฝึกซ้อมของทางทีมไทย เนื่องจากที่เขาไม่ค่อยมีคู่ฝึกซ้อมทำให้ฝึมือของเขาตกตำ่ลงไปมาก รวมทั้ งทางสมาคมเอเอฟเอทีเองที่เขาต้องทน ดังนั้นทำให้อันดับของเขาตกลงไปอยู่ที่อันดับ 32 และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ทาง เอเอฟเอที ไม่ยอมจ่ายเงินค่าใช้จ่ายสำหรับการแข ่งขันที่เมืองนิวยอร์ก และ เมืองฮาวานา ตามสัญญาที่มี

ทางโคธนี่ และ ปองอยู่ จึงตัดสินใจ จัดตั้งสมาคมฟันดาบด้วยตัวเองขึ้นมา พวกเขาให้ชื่อว่า เอสเอฟที การฝึกซ้อมของพวกเขาเป็นไปตามที่พวกเขาได้เคยทำมา พวกเขาทำกɺรฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์นนทนิตย์ หลังจากนั้นวิลลี่ ก็สามารถคว้าอันดับที่ 3 ของการแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศไทยมาได้ ความสามารถของเขาเริ่มกลับมาดีขึ้น ในช่วงฤİูใบไม้ร่วงในปี 2545 เขาสามารถคว้าแชมป์เอเซียมาได้ และในปี 2546 สามารถผ่านเข้าไปทำการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และสามารถคว้าอันดับที่ 13 มาได้ หลังจากเหตุการณ์คลื่นทสึนามิ และเขามีส่วนเข้าไปช่วยผู้ประสบภัย ทำให้มือวางอันดับของเขาตกไปอยู่ที่อันดับ 200 แต่เขาก็ยังสามารถคว้าเหรียญทองและเหรียญเงินจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์มาได้
FOLLOW
Ballet
COMPANY
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit.
Created with WebSite X5
CONTACTS
+00 012 345 678
example@example.com
PRIVACY
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit.
Zurück zum Seiteninhalt